เม่น • บล็อก เม่น • บล็อก

ก่อตั้งสำนัก Small Valley และโครงการ Small Books

อ่าน 14 นาที

แล้วในที่สุดวิถีดำเนินชีวิต หรือ Career Path ก็แจ่มชัด เมื่อตัดสินใจตั้งสำนักของตนเองขึ้นมา

เรียกสำนัก (ภาษาอังกฤษคิดว่าจะใช้ Non-profit) เพราะผมตั้งใจว่าจะไม่เป็นบริษัท/สมาคม/ชมรม ฯลฯ ที่ต้องขึ้นต่อรัฐ เนื่องจากมันวุ่นวาย และหากต้องทำอะไรในนามบริษัท/สมาคม ผมก็พอจะมีทางอื่นอยู่

ดังนั้น จิ๊กซอร์ระหว่างผม, อัค, พัช และจ๋ง ก็เลยชัดเจนขึ้นในที่สุด นั่นคือ อัค ดูแล iSchool เป็นหลัก, พัช ดูแล TiGER iDEA เป็นหลัก, จ๋งดูแล VaivaiSoft เป็นหลัก และผมดูแล Small Valley เป็นหลัก ทำให้แนวทางการผลักดันของผม เป็นไปตามข้อที่ 2. ที่เคยคิดไว้ใน บันทึกวิถีแห่งเจ้าสำนัก ว่า

มิเช่น นั้นก็ต้องนอกระบบไปเลย แล้วให้ในระบบคงความเป็นที่ปรึกษาไว้ แต่เงินที่ใช้ผลักดันทั้งหมดอยู่นอกระบบ

นั่นคือรายได้ในระบบของผมจะมาจากการเป็นที่ปรึกษา ทั้งให้กับบริษัทของหุ้นส่วน หรือรับจ้างอิสระ ทั้งรับจ้างสอน รับจ้างทำเว็บ ฯลฯ (ดูรายละเอียดที่ ค่าแรงรายชั่วโมงของกระผม) กับรายได้อีกส่วนผ่านสำนัก Small Valley ที่ผมวางแนวทางคร่าวๆ ไว้ว่า

เราคือทีมเล็กๆ ที่ไม่แสวงผลกำไร
สอนเด็กในแม่ฮ่องสอนและชนบทสร้างเว็บไซต์
เพื่อทำงานจริงให้ผู้สนับสนุน
โดยมีมืออาชีพตรวจและแก้ไขงาน

ซึ่งคงเน้นผู้สนับสนุนเป็นชาวต่างชาติเป็นหลัก

จุดประกาย?

ความคิดจะสร้างวิถีชีวิตของตนเองในชนบทนั้นมีมานานแล้ว เช่น บันทึกวิถีแห่งเจ้าสำนัก แต่มันมาชัดเจนเมื่อ

1. พบว่างานโปรเจ็ค (ออกแบบ/ทำเว็บ) ต้องทำกับคนที่ให้เกียรติเรา

เร่ิมมีชาวต่างชาติหลายรายมาติดต่องาน เพราะผลงาน WordPress ของผมที่อยู่ในเว็บ, มีชาวต่างชาติมาบริจาคเงินให้ธีมที่ผมแจกฟรี ฯลฯ และผมพบว่า ชาวต่างชาติจำนวนมากเข้าใจในคุณค่าของงานบริการสูงมาก จ่ายเงินตรงเวลา ยอมรับระบบคิดเงินตามเวลาที่ทำ (manday/manhour) พูดจาตรงไปตรงมา ฯลฯ ผมจึงสรุปว่า หากเป็นงานโปรเจ็ค ให้รับงานชาวต่างชาติที่เจอเราผ่านเว็บ หรือคนไทยที่มีคนแนะนำมาเท่านั้นดีกว่า

2. พบว่างานโปรดักท์ (ขายสินค้า) ที่ดีที่สุดคือ Digital Asset

นักการตลาดทั้งหลายต่างก็รู้ว่า Digital Asset (หรือซอฟท์แวร์, ในที่นี้ขอรวม SaaS หรือ Software as a Service ด้วยละกัน) คือสุดยอดของโมเดลธุรกิจ เนื่องจากใช้ทุนสมอง ผลิตซ้ำได้ไม่จำกัด ไม่ต้องห่วงเรื่องสต๊อก/ขนส่ง ฯลฯ แต่เมืองไทยไม่ใช่ที่สำหรับ Digital Asset ดังนั้นชัดเจนว่าผมไม่ควรเขียนโปรแกรมภาษาไทย, สร้างสื่อภาษาไทยเพื่อหารายได้ ฯลฯ ถ้าจะทำอะไรเป็นภาษาไทยแล้ว แจกฟรีเลยดีกว่า

ตอนนี้ที่ผมทำจึงเป็นไฟล์ที่ขายผ่านเว็บของเมืองนอก กับโปรเจ็คด้านความรู้ภาษาไทยแจกฟรี

3. พบว่าธุรกิจที่คนไทยยอมจ่ายเงินคือธุรกิจการศึกษา เพราะเราคือประเทศแห่งการเรียนพิเศษ

จากการทำ iSchool ทำให้ได้พบว่า ธุรกิจการศึกษานั้นจ่ายเงินก่อน ได้สินค้าทีหลัง (ใครๆ ก็รู้เนาะ :P) และคนที่โดดเรียน (ไม่ได้สินค้า) ไม่ค่อยเรียกร้องเงินคืน จนถึงไม่เรียกร้องเรียนชดเชย นั่นคือมี Cash Flow ดีมาก, ไม่มี Refund, เป็นเงินสด, มีสิทธิยกเว้น VAT ฯลฯ แต่ข้อเสียของธุรกิจนี้ก็คือ โมเดลที่จะได้กำไรสูงสุดนั้น ต้องทำคอร์สให้คุณภาพกลางๆ ลงทุนให้น้อยๆ เน้นการโปรโมท (ตามโทรทัศน์/รถไฟฟ้า/หนังสือพิมพ์ ฯลฯ) กับเน้นใบรับรอง เพราะคนไทยจำนวนมากอยากได้แค่ใบรับรองจากที่ที่มีชื่อเสียง ฯลฯ

แต่ก็เป็นธุรกิจที่ผมคิดว่า ถ้าทำให้ดี แม้จะลงทุนเวลาหาความรู้มาก ได้เงินช้า แต่ก็อยู่ยาวได้ ซึ่งผมเลือกเป็นอาจารย์อิสระ มากกว่าสร้างสถาบันการศึกษา

4. พบว่าถ้าอยากทำในสิ่งที่ดี ทำไปเลย อย่ามัวรอฟ้าดิน อย่าพึ่งใคร

ก่อนหน้านี้ได้รับเกียรติไปช่วยสร้างหลักสูตรโอเพนซอร์ส กราฟฟิค (Gimp, Inkscape, Blender, etc. มีเอกสารส่วนหนึ่งที่ issuu.com) และสอนเด็กมัธยมที่แม่ฮ่องสอน ในโครงการ ไอที วัลเลย์ ของเนคเทค, นอกจากนั้นยังได้ไปสอนคนในหน่วยงานรัฐ, องค์กร, ครูชนบท หลายครั้ง ดีใจที่ได้พบกับคนที่กระตือรือล้นจำนวนมาก แต่หลังจากใช้พลังและเวลาไปพอสมควร ผมก็คิดว่าระบบนั้นใหญ่โตและอุ้ยอ้ายมากเกินกว่าผมจะเข้าไปผลักดันได้ดังใจ และเอาเข้าจริง อุดมคติมากเกินไป (เช่นเรื่องลิขสิทธิ์) ก็ทำให้เจอข้อจำกัดจำนวนมาก (เช่น ครูจำนวนมากต้องการให้สอนแฟลช เพราะเอาไปทำโครงการปรับระดับ/ขอทุนได้ ซึ่งที่ต้องเป็นแฟลช เพราะผู้ตัดสินเห็นว่าใช้แฟลชมันเท่ มันยาก ถ้าเป็นรูปธรรมดา แม้จะเนื้อหาดีก็มักไม่ค่อยได้คะแนน ฯลฯ)

สอนให้เด็กใช้ซอฟแวร์ทดแทนอย่างยากลำบาก บางทีผมก็แซวตัวเองว่า สงสัยตรูจะเป็นชนชั้นกลาง ไปบอกให้เด็กชนบทพอเพียง ใช้ Gimp ไปซะ แล้วเด็กในเมืองก็ใช้ Photoshop เถื่อนอย่างสบายใจอยู่ดี 🙂

ฯลฯ

ผมเลยคิดว่า งั้นสร้างสำนักของผมขึ้นมาเองดีกว่า สอนเด็กเท่าที่มีกำลัง ให้ทำงานจริง ไม่คิดค่าสอนและไม่ให้ค่าแรง แต่อาจมีทุนการศึกษา หรือเบี้ยเลี้ยงบางกรณี หากมีผู้สนับสนุนมากพอ

แล้วถ้าเด็กเติบโตขึ้น ก็ไปตั้งทีมรับงานกันเอง ผมไม่ค่อยชอบดูแลชีวิตของใคร ไม่ชอบสถานะเจ้านายลูกน้อง ชอบให้เราเป็นหุ้นส่วนในแต่ละโปรเจ็คมากกว่า 🙂

Small Valley

แล้วเพื่อนเบ๊นซ์ก็มากระตุ้นว่า เม่น มึงจะหวังพึ่งใครไปทำไมวะ มึงก็ทำเองเลย ทำไปเปลี่ยนไปยังไงก็ได้ มันอาจจะไม่ใหญ่อย่างที่มึงต้องการ แต่มันเกิดขึ้นทันทีนะเว้ย ก็เลยทำให้ผมมาคิดร่างโครงสร้างในหัวว่า

คำอธิบายของสมอลล์ วัลเลย์

เราคือทีมเล็กๆ ที่ไม่แสวงผลกำไร
สอนเด็กในแม่ฮ่องสอนและชนบทสร้างเว็บไซต์
เพื่อทำงานจริงให้ผู้สนับสนุน
โดยมีมืออาชีพตรวจและแก้ไขงาน

กรณีผู้สนับสนุน-สนับสนุนเงินให้สร้างงาน

  • ผู้สนับสนุน
    • สนับสนุนเงินและให้โจทย์งานเว็บไซต์ที่ต้องการ (เช่นสนับสนุน $150 จะทำเว็บ content ให้ 1 เว็บ พร้อม host ให้ 1 ปี แต่คงต้องจำกัดขอบเขตพอสมควร เช่น เตรียม sitemap มาให้/ไม่เกิน xx หน้า/เลือกธีมมาเลยแล้วเรา modify จากธีมเท่านั้น ฯลฯ)
  • ทีม Small Valley
    • ฝึกอบรมการทำงานเว็บ
    • สรุปงานกับนักเรียนที่ได้รับมอบหมาย
    • สอนงาน ตรวจงาน และแก้งาน
  • นักเรียนในโครงการ
    • เข้าอบรมการทำงานเว็บ
    • สร้างงานที่ได้รับมอบหมาย
    • เขียนบันทึกการทำงานและชั่วโมงงาน
    • เผยแพร่ข้อมูลเทคนิคต่างๆ หลังเสร็จงาน

กรณีผู้สนับสนุน-สนับสนุนเงินให้สร้างองค์ความรู้

  • SmallBooks.org – สร้างบทความ/หนังสือ/คู่มือ ให้กับสาธารณะ

กรณีผู้สนับสนุน-สนับสนุนเป็นสิ่งของ

  • เดี๋ยวก็คงสร้าง Wish List เหมือน เว็บแต่งงาน (แน่นอนว่ามันยากที่จะมีคนบริจาค แต่ถึงไม่มีก็ยังดำเนินต่อไปได้นี่นา)

สมัครเป็นนักเรียนในโครงการ

  • เขียนบล็อกเพื่อแนะนำตัวเอง สิ่งที่อยากจะทำในอนาคต และเหตุผลที่อยากเข้าร่วมในโครงการ
  • การทำงานต่างๆ จะทำผ่านเว็บเป็นหลัก ทั้งการสรุปงาน, ส่งงาน, ตรวจงานและแก้งาน
  • อาจมีการฝึกอบรมให้ หากมีเงินทุนเพียงพอ
  • ต้องมีความรับผิดชอบส่งงานตามกำหนด
  • ต้องเผยแพร่ข้อมูลเทคนิคต่างๆ หลังเสร็จงาน
  • ไม่ได้รับค่าตอบแทนในการทำงาน

ระหว่างนี้ก็เร่งทำเอกสารต่างๆ ที่เคยคิดไว้ ลงในเว็บ SmallBooks.org ซึ่งเน้นให้ความรู้ แจกฟรีเป็นหลัก

SmallBooks.org เร็วๆ นี้จ้า 🙂

เมษาฯ เป็นเดือนที่เหมาะกับการทำงานที่สุดจริงๆ เพราะคนอื่นๆ เค้าหยุดกัน ไม่มีใครโทรมาติดต่องานกวนใจ 🙂 หวังว่าหนังสือ 4 เล่มแรกนี้จะเขียนเสร็จทันต้นเดือนพ.ค.นะ เพราะว่ารับปากทีม Marvelic ไว้แล้ว ว่าจะไปสอนให้ วันที่ 11-14 พ.ค. 24-27 พ.ค. (WP Basic, PS for Web 2.0, CSS+XHTML, WP Theme – เลื่อนวันเพราะมีปัญหาการเมืองเล็กน้อย) และก็รับปากคุณพรพรหมแล้วว่า จะไปสอน WP Basic ให้วันที่ 20 พ.ค. 🙂

ชีวิตวุ่นวาย สู้ต่อไป! คุณ @iannnnn รีทัชรูปมาให้เป็นกำลังใจ!! 😀

เม่นริโอ้ว - ถ่ายภาพโดยแอมจิ้ม 🙂

อีกซักรูปส่งท้าย โตขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสำนัก กังฟูแพนด้า!! 😀

อะจ๊ากกกกก ถ่ายภาพโดยแอมจิ้ม 🙂