ตามหาสวนทูนอินของข้าพเจ้า
ชาติ กอบจิตติ ทิ้งชีวิตสำมะเลเทเมา แล้วไปอาศัยในไร่อันห่างไกลที่เขาใหญ่, กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เลือกที่จะอยู่และทำงานใน “หุบเขาฝนโปรยไพร” ที่ห่างไกลผู้คน, ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ สร้าง “สวนทูนอิน” ขึ้นมาจากพื้นที่ในป่า ที่ตามหามาทั้งชีวิต
ส่วนผมล่ะ?, ผมเองก็กำลังตามหาสวนทูนอินของผมอยู่เช่นกัน
คำบรรยายใต้ภาพสวนทูนอิน
บางบทรำพึงเกิดขึ้น พาดพิงถึง สวนทูนอิน หลังจากได้เยือน People Space ซึ่ง แสดงภาพชีวิตของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์
ไปกับท่านจ๋ง (ผู้ถ่ายภาพทั้งมวลในบันทึกนี้) และท่านปุ๊ ได้หนังสือติดมือมาบ้าง แต่ความคิดถึงยังติดใจไม่รู้คลาย
บรรยากาศในแกลอรี
ตุ๊กตา
"ช่างภาพรุ่นโบราณ ศรัทธาในแสงแดด"
‘รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นฮีโร่ในวัยเด็กของผม ซึ่งเป็นวัยเด็กที่เรียบร้อยและขังตัวเองอยู่ในบทบาทของเด็กเรียน-เด็กดี ‘รงค์จึงเหมือนคาวบอยในภาพยนต์ที่โลดแล่นอย่างผาดโผนและมีชีวิตที่น่ารื่นรมย์ให้จินตนาการถึง
เหมือนนกในกรง ที่จินตนาการถึงอิสรภาพภายนอก ที่ตนเองไม่คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตเช่นนั้นบ้าง
เสียดายที่วัยหนุ่มของผมนั้น เสพติดความเศร้าและความเหงาเยี่ยงคนหนุ่มร่วมสมัยมากเกิน คิดแต่ว่าความเศร้านั้นเท่ ความเหงานั้นลึกซื้ง จนลืมไปว่าชีวิตคืออิสรภาพแห่งการเลือกของเจ้าของชีวิตต่างหาก
จนเมื่อตัวเลขของขีวิตย่างเข้าสามสิบ ที่คนทั่วไปกล่าวว่าเป็นวัยกลางคน ผมจึงได้ตระหนัก และพบหนทางอันรื่นรมย์ของอิสรภาพ ซึ่งแลกมาด้วยความเคว้งคว้างของการดำรงชีวิตที่ไม่อิงกลุ่ม ผมเรียกรอยต่อของชีวิตนี้ว่า “การหลุดออกจากปมของพ่อ” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้ยอมรับตัวเอง อย่างที่ตัวเองเป็นจริงๆ ไม่ต้องอาศัยคำชมของเจ้านาย หรือรอคอยคำสั่งของผู้ใดในการดำเนินชีวิต, ไม่โหยหากฎระเบียบ จารีต หรือศีลธรรมที่ให้เราได้พึ่งพิงและสร้างข้ออ้าง (ฉันดีกว่า/ถูกต้องกว่า/ชีวิตชั้นทำแบบนั้นแบบนี้ไม่ได้หรอก เพราะ … ฯลฯ), ไม่รู้สึกว่าชีวิตนั้นมีแพทเทิร์นที่ต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ถือสาในความห่วงหาและคำติฉินมากนัก (เช่น เม่นมันอายุเท่านี้แล้ว ยังไม่มี “งานที่มั่นคง” ทำเลย :P) ฯลฯ
แต่ชีวิตที่ร่อนเร่มาโดยตลอด และไม่เคยคิดจะมีบ้าน กลับเพ่ิงมารู้สึกว่าอยากจะมีบ้าน เคยบันทึกใน เรื่องส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีคนรู้ 5 ประการ ว่าผมเองไม่ใช่คนเรื่องมาก ดังนั้นถ้าจะมีบ้าน ให้แฟนตัดสินใจดีกว่า
แต่เมื่อพบความจริงว่า หาแฟนน่าจะหายากกว่าหาบ้าน ผมจึงคิดว่าหาบ้านก่อนก็ได้ แล้วค่อยหาแฟนในจังหวัดนั้นแทน
เพราะผมค่อนข้างแน่ใจว่าจะไม่ได้อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ ต่อ แต่จะเป็นที่ไหนนั้น ก็ยังเสาะหาอยู่ ลองพยายามคิดว่า เงื่อนไขคืออะไร ก็พบว่าไม่ได้มากมายนัก
- อากาศดี
- มีต้นไม้เยอะ
- มีอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง
- สามารถเดินทางมากรุงเทพได้ภายใน 1 วันแบบไม่ลำบาก
- ค่าครองชีพไม่สูงนัก (ผมชอบที่ ‘รงค์ ด่าว่า คนหนุ่มสาวในเมือง เงินเดือน 2-3 หมื่น แม่งใช้ชีวิตแพงชิบหาย)
ซึ่งเป็นแผนการระยะยาว ก็ค่อยๆ ดู ค่อยๆ ตัดสินใจไป เดินทางไปหลายแห่ง เริ่มชอบเชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, พิษณุโลก, บางกระเจ้า แต่ก็ยังต้องดูไปอีกเรื่อยๆ
ชอบที่ท่านโอโชกล่าวว่า “ชีวิตคือการจาริกแสวงหาที่งดงามอย่างเหลือเกิน แต่สำหรับผู้พร้อมจะแสวงหาเท่านั้น”
กระผมก็ต้องแสวงหาต่อไป พร้อมกับการเดินทางที่งดงามอย่างเหลือเกิน
(หากท่านผู้อ่านมีที่ไหนแนะนำ ทิ้งข้อความไว้ได้นะคร้าบ :D)



