พระเอกแหย
พี่ต่อ 74 เขียน บันทึกแนะนำหนังของ GTH เรื่องหนีตามกาลิเลโอ (Dear Galileo) ไว้น่าอ่าน กระผมด้วยความคะนอง จึงเข้าไปตอบ ด้วยทรรศนะที่คล้ายคนดูหนังหลายท่าน (ที่รู้ก็เพราะ ทั่นจ๋ง บอกว่า มีคนคิดแบบนี้เยอะนะ) ว่า
ดูหนัง GTH บ้างตามโอกาส แต่ก็ไม่ได้ขวนขวายนัก สงสัยผมเองจะไม่ค่อยชอบบทที่ตัวเอกเคว้งคว้าง ไม่ตัดสินใจ ไม่แก้ปัญหา ฯลฯ ทั้งๆ ที่ช่วงวัยเด็กวัยรุ่นของชนชั้นกลางก็น่าจะเป็นทั้งนั้น 😀
แต่เรื่องอื่นๆ ที่ผ่านมา ถึงจะรู้สึกว่าตัวเอกไม่ได้ดั่งใจ ก็พบว่าหนังสนุกอยู่ดี เลยคิดว่าเรื่องนี้ก็น่าจะสนุกเช่นกันครับ 🙂
พี่ต่อเลยให้อธิบายเรื่อง “แหย”
เอาเท่าที่ดูและคิดออกนะครับท่านพี่ (มีหลายคนคิดแบบนี้ครับ เรียกว่า แนวพระเอกแหย แต่ผมหาที่อ้างอิงไม่เจอ)
แฟนฉัน
พระเอกนั้นโลเลระหว่างเลือกจะเป็นแฟน (เพื่อน) น้อยหน่า กับการได้รับการยอมรับในหมู่เพื่อนชาย (เตะบอล/ตัดหนังยาง ฯลฯ) โลเลที่จะบอกรักและตัดสินใจในความสัมพันธ์
เพื่อนสนิท
พระเอกแอบรัก แต่ไม่กล้าเอ่ยปาก แล้วก็หนีปัญหาไปอีกจังหวัด เจอหญิงสาวแอบรัก แต่ไม่กล้าเอ่ยปากอีกคน
ซีซั่นเช้นจ์ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
พระเอกแทบไม่ตัดสินใจอะไรเลย ตั้งแต่เลือกจะเรียนคณะอะไร/เรียนต่ออะไร จะทำวงจริงจังแค่ไหน เลือกจะบอกรักใคร หรือการไม่กล้าบอกว่า ไม่ชอบกินผัก ฯลฯ
ไฟนอลสกอร์ 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอนท์
อันนนี้ชีวิตจริงของเด็กเอนท์ ถือว่าต้องเคว้งคว้างเป็นธรรมดา พ่อแม่อยากให้เอนท์ติด เด็กคงไม่กล้าตัดสินใจเป็นแบบอื่นอยู่แล้ว
สายลับจับบ้านเล็ก
นางเอกยอมเป็นเมียน้อยเผื่อจะได้ซื้อบ้าน ถือว่าตัดสินใจนิดนึงละกัน แต่มันก็เคว้งคว้างและไม่ค่อยแก้ปัญหา ส่วนพระเอกก็เป็นแนวชิว ไหลไปเรื่อย เป็นแนวไม่ค่อยแก้ปัญหาอีกคน
ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น
คู่เด็กผู้ชาย 2 คน กับผู้หญิง – อันนี้ผู้หญิงเป็นแนวโลเลไม่ตัดสินใจ ไม่รู้จะคบใคร จะดูทีวีหรือฟังไอพอด, เด็กมัธยมกรี๊ดดารา อันนี้ปกติละกัน, คู่ผู้ใหญ่ที่เกือบนอกใจ ฝ่ายชายก็แนวโลเลที่ไปกับสาวญี่ปุ่นแล้วอ้ำๆ อึ้งๆ, คู่ผู้ใหญ่แอบรัก อันนี้ชัดเจนมาก ว่าแหย ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่แก้ปัญหา
ที่บอกนี้ ไม่ใช่ว่าหนังเหล่านี้ไม่สนุกนะครับ ก็ดูเพลินทุกเรื่อง เพียงแต่มันสะท้อนบุคลิกชนชั้นกลางไทยมากไปหน่อย แนวๆ ไม่ตัดสินใจ ไม่แก้ปัญหา ปล่อยให้คนอื่นชี้นำ โทษฟ้าดินและทักษิณ เอ๊ย ไม่ช่ายยยยย 😀
ยินดีรับฟังความคิดเห็นท่านพี่ทุกท่านนะครับ