อะไรอย่างเงี้ยยย
มาสะดุดคำร่วมสมัยนี้ครั้่งแรก ตอนที่อ่านมติชนสุดสัปดาห์เมื่อราวเดือนที่ผ่านมา คุณพิษณุ นิลกลัด กล่าวชมนักกีฬาหญิงคนหนึ่งว่า เธอน่ารัก ส่วนหนึ่งเพราะ “เธอไม่ได้พูดคำว่า อะไรอย่างเงี้ยยย”
หากจะโทษใครซักคน (กระผมเป็นคนไทยนะ คนไทยย่อมไม่โทษตัวเอง โทษคนอื่นดีก่า) คงต้องโทษ Google นั่นแหละ ที่ทำให้เกิดวัฒนธรรม “อะไรอย่างเงี้ยยย” ขึ้นมา เพราะการพูดคำว่า “อะไรอย่างเงี้ยยย” ย่อมหมายถึง…
ข้าพเจ้ารู้ดี ว่าข้าพเจ้าไม่ได้รู้เรื่องอะไรนักหรอก (google รู้เยอะกว่า) แต่ข้าพเจ้าก็ขี้เกียจเกินกว่าจะรู้จริง ดังนั้น ท่านก็ฟัง แล้วคิดว่าข้าพเจ้ารู้จริง แต่แกล้งพูดให้ง่ายเพื่อให้เข้าใจง่ายละกัน แต่จริงๆ ข้าพเจ้าก็พอรู้อยู่บ้างนะ
อะไรอย่างเงี้ยยย…
วันหนึ่ง หากวัฒนธรรม “อะไรอย่างเงี้ยยย” ระบาดไปทั่ว แม้แต่เรื่องที่ควร “รู้จริง” ก็อาจจะไม่รู้จริงไปด้วย เช่น
ครู: “นักเรียน ข้อนี้ ตอบข้อ 2 นะ อะไรอย่างนี้”
ตำรวจ: “คุณฝ่าไฟแดง ผิดกฎหมาย ต้องเสียค่าปรับ 400 บาท ประมาณนี้นะครับ”
ศาล: “เห็นได้ชัดว่า จำเลยผิดจริงประมาณนี้ จำเลยควรจะยกเลิกการชุมนุม อะไรอย่างเนี้ยยยย”
นักข่าว: “วันนี้ฝนตกหนักมาก ที่ภาคใต้ ทำนองนั้น มีรายงานว่า มีถนนเสียหายหลายสาย ประมาณนั้นนนน”
ผู้ชาย: “ผมเป็นผู้ชาย อะไรอย่างเงี้ยยย”